•  
การรักษาภาวะมีบุตรยาก  เราได้นำเทคโนโลยีด้านการช่วยเหลือผู้ มีบุตรยาก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่เรียกว่า Blastocyst Culture มาช่วยในการปฏิสนธิเซลล์ไข่ และอสุจิภายนอกร่างกาย และทำการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนต่อไปอีก 5 วัน จนถึงระยะที่เมื่อนำกลับคืน สู่โพรงมดลูกแล้วสามารถฝังตัวได้ทันที ทำให้อัตราการตั้ง ครรภ์สูงขึ้น ทั้งยังสามารถคัดเลือก ตัวอ่อนที่สมบูรณ์ที่สุด และตรวจหาความผิดปกติของตัวอ่อน ก่อนใส่กลับคืนสู่โพรงมดลูก อ่านเพิ่มเติม
การผ่าตัดมดลูกผ่านทางรูส่องกล้อง ในแต่ละปีมีผู้หญิงไทยไม่น้อยกว่า 4 หมื่นราย จะถูกตัดมดลูกออกไป และ 80% ของผู้ป่วยมีอายุระหว่าง 40 ถึง 59 ปี จึงถือได้ว่าการตัดมดลูกเป็นงานประจำที่สูตินรีแพทย์ต้องปฏิบัติอยู่เสมอเนื่องจากโรคที่เกิดขึ้นที่มดลูกหรือความผิดปกติที่จำเป็นต้องตัดมดลูกมีอยู่หลายสาเหตุ ปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้การตัดมดลูกนี้เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงมาก คนไข้เจ็บตัวน้อย อ่านเพิ่มเติม
อัลตร้าซาวด์ คืออะไร?  อัตร้าซาวด์ นั้นเป็นคลื่นเสียงชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความถี่สูงกว่า 20,000 Hz คลื่นเสียงอัตร้าซาวด์นี้ปัจจุบันได้ถูกนำมาพัฒนาเป็นเครื่องมือแพทย์ ใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรคต่างๆ รวมทั้งการตรวจสุขภาพของทารกในครรภ์ อ่านเพิ่ม

7 Q&A

คนอยากมีลูก

By Perfect Woman Institute

Q: ทำไมแต่งงานมาหลายปี แต่ไม่ท้องสักทีคะ

A: หากคู่สามีภรรยามีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอสัปดาห์ละประมาณ 3 ครั้งนานเกิน 1 ปี โดยไม่คุมกำเนิด แล้วไม่ตั้งครรภ์ ถือว่าเข้าข่ายมีบุตรยาก อาจมีความผิดปกติในฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง เช่น ท่อนำไข่อุดตัน ไข่ไม่ตก เป็นซิสท์ที่รังไข่ หรือเชื้ออสุจิน้อย เป็นต้นครับ ซึ่งควรปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจร่างกายหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก และเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมครับ

Q: วิธีการรักษาทำอย่างไรคะ

A: วิธีการรักษาภาวะมีบุตรยากมีหลายวิธีครับ เริ่มจากวิธีง่ายๆ เช่นกำหนดวันไข่ตกให้มีเพศสัมพันธ์เอง หรือทำการคัดเชื้ออสุจิ ไปจนถึงวิธีการทำกิฟท์ ทำอิ๊กซี่ ทำเด็กหลอดแก้ว และวิธีบลาสโตซิสท์คัลเจอร์ ซึ่งเป็นการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนไว้ภายนอกร่างกายนาน 5 วัน จนตัวอ่อนเติบโตถึงระยะฝังตัว แล้วค่อยใส่ตัวอ่อนกลับคืนสู่โพรงมดลูกให้ตั้งครรภ์ การจะเลือกใช้วิธีการใดในการรักษานั้นขึ้นอยู่กับปัญหาของผู้ป่วย เช่นถ้าท่อนำไข่อุดตัน ก็ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีฉีดเชื้อ หรือกิ๊ฟท์ ได้ครับ ต้องทำเด็กหลอดแก้ว หรือ บลาสโตซิสท์คัลเจอร์

Q: แล้วโอกาสสำเร็จสูงแค่ไหนคะ

A: โอกาสความสำเร็จของผู้ป่วยแต่ละรายแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น อายุของฝ่ายหญิง สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก และวิธีการรักษา เช่นถ้าฝ่ายหญิงอายุมากแล้วการกระตุ้นไข่ก็จะยากกว่าผู้หญิงอายุน้อย หรือถ้าเชื้ออสุจิน้อยมากแล้วทำการช่วยปฏิสนธิด้วยวิธีอิ๊กซี่โอกาสสำเร็จก็จะสูงขึ้นเป็นต้น

Q:  เด็กที่เกิดจากการรักษา มีโอกาสผิดปกติสูงกว่าธรรมชาติใหมคะ

A: จากการศึกษายาวนานกว่า 30 ปี อัตราความผิดปกติหรือพิการแต่กำเนินนั้นไม่ แตกต่างกันกับธรรมชาติครับ แต่การที่เราเพาะเลี้ยงตัวอ่อนไว้ภายนอกนาน 5 วัน จนตัวอ่อนมีการเติบโตถึงระยะที่มีเซลล์เป็นจำนวน 120-150 เซลล์ (ตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสท์) เราสามารถนำเซลล์ของตัวอ่อนจำนวน 5-10 เซลล์ออกมาตรวจวินิจฉัยโครโมโซมได้ หากเราตรวจพบว่าตัวอ่อนตัวใดเป็นดาวน์ซินโดรม เราก็จะไม่ใส่กลับคืนให้ ดังนั้นเราจึงสามารถคัดเลือกตัวอ่อนสำหรับใส่กลับคืนสู่โพรงมดลูกได้ครับ

Q: ถ้าหากผู้หญิงอายุมากแล้ว ยังไม่แต่งงาน เราสามารถเก็บแช่แข็งเซลล์ไข่ไว้ได้หรือไม่คะ

A:  ปัจจุบันเราสามารถเก็บแช่แข็งได้ทั้ง เซลล์ไข่ อสุจิ และตัวอ่อนครับ และสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานเป็นสิบปี การแช่แข็งไข่สามารถทำได้โดยการกระตุ้นรังไข่ให้มีเซลล์ไข่เกิดขึ้นจำนวนมาก แล้วทำการเจาะเก็บไข่ออกมาเพื่อทำการแช่แข็งไข่เอาไว้ เมื่อต้องการมีบุตรก็สามารถละลายไข่ออกมาปฏิสนธิกับอสุจิเพาะเลี้ยงเป็นตัวอ่อน แล้วใส่ตัวอ่อนกลับคืนสู่โพรงมดลูกให้ ก็จะสามารถตั้งครรภ์ได้ครับ เช่นเดียวกันกับคนไข้ที่รักษาภาวะมีบุตรยากแล้วมีตัวอ่อนหลายตัว บางครั้งใส่กลับคืนเพียง 1-2 ตัวอ่อนเท่านั้น ตัวอ่อนที่เหลือสามารถแช่แข็งเก็บไว้ได้ หากตั้งครรภ์และคลอดบุตรไปแล้ว อีก 2-3 ปีต่อมาสามารถละลายตัวอ่อนออกมาใส่กลับคืนให้ตั้งครรภ์ได้อีกครับ

Q: การอุ้มบุญสามารถทำได้ถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่คะ

A: การอุ้มบุญสามารถทำได้ครับหากมีข้อบ่งชี้ว่าฝ่ายหญิงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เอง เช่น ถูกตัดมดลูกไปแล้ว หรือมดลูกมีความผิดปกติ แต่การที่จะหาคนมาอุ้มบุญนั้นต้องไม่เป็นการว่าจ้าง หรือให้ค่าตอบแทน ต้องเป็นญาติพี่น้องที่เต็มใจช่วยเหลือกัน และตามกฏหมายปัจจุบันเด็กที่เกิดมาจะเป็นบุตรของหญิงที่อุ้มท้อง แม่ตามพันธุกรรมต้องทำการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมหลังจากทารกคลอดออกมาแล้ว จนกว่ากฏหมายอุ้มบุญจะบังคับใช้ครับ

Q: มีความเสี่ยงอะไรบ้างคะจากการรักษาภาวะมีบุตรยาก

A: ความเสี่ยงที่พบได้บ่อยคือการเกิดทารกแฝดครับ เพราะมารดาจะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆระหว่างตั้งครรภ์ได้สูงขึ้น และการตั้งครรภ์แฝดยังเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดอีกด้วย หากเป็นแฝดมากกว่าสองยิ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้นอีก ดังนั้นปัจจุบันจึงพยายามจำกัดจำนวนตัวอ่อนที่จะใส่กลับคราวละ 1-2 ก็เพียงพอ เพราะตัวอ่อนที่เหลือเรายังสามารถแช่แข็งเก็บเอาไว้ใช้ได้อีกครับ ปัจจุบันการตั้งครรภ์แฝดคราวละมากๆจึงลงลดครับ



 
English Eng ไทย

ทราบข่าวสาร และ Promotion ก่อนใคร

คลิก"ถูกใจ" ก่อนเลยค่ะ

 
VDO ความรู้โดยแพทย์
  • แบบประเมินความเครียด
  • แบบประเมินภาวะมีบุตรยาก
  •  

    Perfect Woman Institute : BLASTOCYST | IVF | มีบุตรยาก |เนื้องอกมดลูก | ร่วมงานกับเรา

    Perfect Woman Institute
    info@perfectwomaninstitute.com
    2123/1 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
    โทร : 02 716 7001 แฟกซ์ : 02 716 7004

    Perfect Woman Institute is established to ensure the highest health standard for women in Thailand
    www.perfectwomaninstitute.com
     
     
    Google PageRank Checker facebook twitter You Tube flickrPerfectwomaninstiute.com Share