เบาหวานขณะตั้งครรภ์
เบาหวานอาจเกิดขึ้นเองในขณะที่คุณแม่ตั้งครรภ์ได้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่พบว่าเป็นเบาหวาน แต่พอคลอดบุตรแล้วภาวะเบาหวานนี้ก็จะหายไปเอง ซึ่งแตกต่างจากคุณแม่ที่มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานอยู่ก่อนแล้วมาตั้งครรภ์ เพราะในกรณีหลังนั้นเมื่อการตั้งครรภ์สิ้นสุดลงโรคเบาหวานก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม
ภาวะเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์นี้เกิดจากการที่คุณแม่ตั้งครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน คือมีการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนในระหว่างตั้งครรภ์บางชนิด ซึ่งส่งผลให้เซลล์ต่างๆของร่างกายมีการตอบสนองต่ออินซูลินน้อยลง จึงส่งผลให้เซลล์นำน้ำตาลไปใช้ได้น้อย ก็เลยมีน้ำตาลเหลืออยู่ในเลือดมาก เมื่อเจาะเลือดไปตรวจก็จะพบว่ามีระดับน้ำตาลสูง เหมือนกับผู้ป่วยเบาหวาน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์เหล่านี้ก็เพื่อให้ทารกได้รับน้ำตาลอย่างพอเพียงนั่นเอง ภาวะนี้จึงพบได้บ่อยๆในหญิงตั้งครรภ์ อุบัติการณ์ที่พบในประเทศไทยมีประมาณ 1-14 %
แต่ในบางครั้งการที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากเกินไปต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน ก็จะส่งผลเสียต่อทั้งคุณแม่และทารกได้ ผลที่เกิดขึ้นในคุณแม่ก็จะมีอาการเช่นเดียวกับคนเป็นเบาหวาน นั่นคืจะมีอาการปวดศีรษะ วิงเวียน ความดันโลหิตสูง อย่างไรก็ตามภาวะเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์จะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงที่ตั้งครรภ์เท่านั้น หลังจากการคลอดทารกออกมาแล้วร่างกายคุณแม่ก็จะปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติได้เอง ส่วนผลที่เกิดกับทารกก็คือทารกมีการเจริญเติบโตมากทำให้มีขนาดตัวใหญ่กว่าเกณฑ์ตามอายุครรภ์ และอาจเกิดภาวะขาดน้ำตาลได้หลังคลอด ส่วนในรายที่เป็นมากโดยที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ และเป็นในระยะที่ทารกกำลังสร้างอวัยวะ ก็อาจส่งผลให้ทารกเกิดความพิการได้
ความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานขณะตั้งครรภ์ สามารถประเมินได้จากหลายปัจจัย เช่น
- อายุมากกว่า 35 ปี
- อ้วน (น้ำหนักมากกว่า Ideal weight ร้อยละ 20)
- เบาหวานในญาติใกล้ชิด
- ประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์ในครรภ์ที่ผ่านมา
- ประวัติการคลอดที่ผ่านมาผิดปกติ เช่น เคยคลอดทารกตัวโต (น้ำหนักทารกมากกว่า 4,000 กรัม) ทารกตายคลอด พิการแต่กำเนิด มีภาวะครรภ์เป็นพิษ ครรภ์แฝดน้ำ เป็นต้น
- ตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะ ซึ่งแพทย์จะต้องทำการวินิจฉัยภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ เพื่อให้การดูแลรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป
การดูแลรักษาคุณแม่ที่เป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ได้แก่การดูแลเรื่องอาหาร การควบคุมระดับน้ำตาล และตรวจหาภาวะแทรกซ้อนต่างๆ การตรวจอัลตร้าซาวด์ และการทำ Non Stress Test อย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็นในการประเมินสุขภาพของทารกในครรภ์ นอกจากนี้คุณแม่ยังต้องได้รับการฉีดยาอินซูลินซึ่งความต้องการอินซูลินนั้นมักจะเพิ่มมากขึ้นตามอายุครรภ์
|