
ตั้งแต่ วันที่ 1-31 พฤษภาคม 2555
การฉีดเชื้ออสุจิ
กำหนดวันไข่ตกให้มีการฉีดเชื้ออสุจินั้นเป็นวิธีการรักษาภาวะมีบุตรยากซึ่งสามารถใช้ได้กับผู้ป่วยหลายกลุ่ม โดยที่จะมีการเตรียมอสุจิให้สะอาดปราศจากเชื้อโรคก่อนที่จะทำการฉีดกลับเข้าไปในระบบสืบพันธุ์ของฝ่ายหญิงในวันที่คาดว่าไข่จะตก โดยปกติฝ่ายหญิงจะได้รับการกระตุ้นรังไข่โดยการรับประทานยา เพื่อให้ในรอบเดือนนั้นเกิดไข่สองถึงสี่ใบร่วมด้วย เพื่อเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์
การรักษาด้วยการฉีดเชื้ออสุจินี้ช่วยให้อัตราการตั้งครรภ์สูงกว่าการตั้งครรภ์เองตามธรรมชาติเนื่องจาก
- ในธรรมชาตินั้นจะมีอสุจิที่ต้องตายลงไปเป็นจำนวนมากเนื่องจากความเป็นกรดในช่องคลอด การเตรียมอสุจิแล้วนำอสุจิทั้งหมดฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกหรือท่อนำไข่โดยตรงจึงทำให้มีจำนวนอสุจิในระบบสืบพันธุ์ของฝ่ายหญิงที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นจำนวนมาก
- ระยะทางที่อสุจิจะต้องเดินทางไปยังบริเวณที่จะปฏิสนธินั้นถูกย่อให้สั้นลง
- การที่มีไข่ตกมากกว่าหนึ่งใบจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เกิดการปฏิสนธิสูงขึ้นได้
- หากมีไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิมากกว่าหนึ่งใบก็จะช่วยเพิ่มโอกาสของการฝังตัวของตัวอ่อนและเกิดเป็นการตั้งครรภ์ได้สูงขึ้น
ในปัจจุบันวิธีการนี้เป็นที่นิยมใช้ในการรักษาผู้มีบุตรยากในเบื้องต้น เนื่องจากเป็นวิธีการที่ไม่ซับซ้อน และค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก แต่ให้อัตราการตั้งครรภ์สูงประมาณ 20 % ต่อรอบการรักษา
ข้อจำกัดของการรักษา
ผู้ป่วยจะต้องผ่านการตรวจวินิจฉัยต่างๆก่อนที่จะตัดสินใจเลือกการรักษาด้วยการฉีดเชื้อ หนึ่งในเหตุผลต่างๆคือเพื่อแยกว่าผู้ใดที่ไม่สามารถทำการรักษาวิธีการนี้ได้
- ผู้ที่มีท่อนำไข่อุดตันทั้งสองข้างนั้นเห็นได้ชัดเจนว่าไม่สามารถตั้งครรภ์ด้วยวิธีการนี้ได้ เนื่องจากการรักษานั้นต้องการท่อนำไข่ที่มีการทำงานได้ปกติทั้งสองข้าง
- ผู้ที่มีท่อนำไข่ไม่อุดตั้นทั้งสองข้างแต่มีการอักเสบติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานจนเกิดพังผืดขึ้นจะไม่สามารถเลือกรับการรักษาด้วยวิธีการนี้ได้
- สำหรับผู้ที่มีปัญหาของอสุจิขั้นรุนแรงไม่ควรควรเลือกการรักษาด้วยการฉีดเชื้อเนื่องจากความไม่แน่นอนของความสามารถของอสุจิในการปฏิสนธิกับไข่
- สิ่งที่จำเป็นต้องเน้นย้ำถึงอีกประการหนึ่งก็คืออายุของฝ่ายหญิง ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลอย่างมากต่อการเลือกวิธีการรักษาสำหรับผู้มีบุตรยากด้วย เมื่ออายุของฝ่ายหญิงเริ่มสูงขึ้นจนเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ การรักษาด้วยการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย (IVF) จะถูกเลือกมากกว่าการรักษาด้วยวิธีการอื่นๆเช่นการฉีดเชื้ออสุจิ
การฉีดเชื้อสุจิ
- การฉีดเชื้อสามารถทำได้ในรอบของรังไข่ตามธรรมชาติ หรืออาจทำภายใต้การควบคุมการกระตุ้นไข่ การใช้ยากระตุ้นไข่ชนิดรับประทาน (Chromiphene citrate) จะเริ่มให้รับประทานขนาด 50-100 mg ในวันที่ 2 – 6 ของรอบเดือน และให้รับประทานต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วัน วิธีนี้อาจช่วยให้มีไข่โตขึ้นมาจำนวนหนึ่ง
- การตรวจติดตามการเจริญเติบโตของไข่ และการทำนายวันตกไข่ การตรวจอัลตร้าซาวด์เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการติดตามการเจริญเติบโตของ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถมองเห็นไข่ ที่กำลังเจริญเติบโตขึ้นในรังไข่ได้ โดยปกติไข่จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางโตขึ้นวันละ 2 – 3 มิลลิเมตร และเมื่อใกล้การตกไข่จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 18 – 24 มิลลิเมตร
- การกำหนดวันไข่ตกที่แม่นยำเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาด้วยวิธีฉีดเชื้ออสุจิ ดังนั้นจึงต้องตรวจว่าเมื่อใดที่ไข่โตเต็มที่ แพทย์จะให้ฮอร์โมน hCG ฉีดเพื่อสนับสนุนให้เกิดการตกไข่ตามกำหนด หรือฉีดเมื่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของไข่มากกว่า 18 มิลลิเมตร เพื่อกำหนดวันในการฉีดเชื้ออสุจิได้อย่างเหมาะสม
- ในกระบวนการฉีดเชื้อนั้นเป็นเพียงขั้นตอนที่ง่ายและใช้เครื่องมือเพียงเล็กน้อย โดยที่ฝ่ายหญิงจะต้องนอนบนเตียงตรวจทางสูตินริเวช แพทย์จะใช้เครื่องมือขยายช่องคลอดเพื่อให้สามารถมองเห็นปากมดลูกได้ แพทย์จะทำความสะอาดปากมดลูกโดยใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ด หลังจากนั้นจะต่อท่อที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการฉีดเชื้อเข้ากับกระบอกฉีดยา และทำการดูดเชื้ออสุจิเข้ามาในกระบอกฉีด หลังจากนั้นจะใส่ปลายท่อเข้าไปในโพรงมดลูกผ่านปากมดลูก และค่อยๆฉีดเชื้ออสุจิจากกระบอกฉีดเข้าไปสู่โพรงมดลูกอย่างช้าๆ หลังจากนั้นอุปกรณ์ต่างๆจะถูกนำออกมา และผู้ป่วยจะนอนพักอยู่บนเตียงครู่หนึ่งก่อนที่จะกลับบ้าน
- การทดสอบการตั้งครรภ์จะกระทำภายหลังการฉีดเชื้อ 2 สัปดาห์
อัตราความสำเร็จ
ประมาณ 15 – 20% ของผู้ป่วยจะตั้งครรภ์ในแต่ละรอบของการรักษา ผู้ป่วยที่ทำการรักษาด้วยการฉีดเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูกส่วนมากสามารถตั้งครรภ์ได้ในการรักษาสี่รอบแรก ซึ่งอาจหมายถึงระยะเวลา 8 – 12 เดือน ไม่แนะนำให้ทำการรักษาด้วยการฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกต่อไปภายหลังจากที่ได้พยายามมาหลายครั้งแล้ว และควรเปลี่ยนวิธีการรักษาเป็นการทำปฏิสนธิภายนอกร่างกาย (IVF) แทน
สรุป
ปัจจุบันการทำการรักษาด้วยวิธีฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) นั้นถือว่าเป็นวิธีการที่มีความปลอดภัยสูง ต้นทุนในการรักษาต่ำ และเป็นที่นิยมแพร่หลาย ผลการรักษานั้นจะสูงขึ้นได้เมื่อมีการคัดกรองผู้ป่วยที่มีข้อห้ามในการทำการฉีดเชื้อออกได้อย่างชัดเจน เช่นผู้ที่มีปัญหาของท่อนำไข่เป็นต้น และจากข้อมูลที่มีการเก็บรวบรวมไว้แสดงให้เห็นว่าการที่ได้พยายามทำการรักษาด้วยการฉีดเชื้ออสุจิก่อนทำการทำปฏิสนธิภายนอกร่างกาย (IVF) นั้นเป็นกลยุทธ์ที่สมเหตุผล และคุ้มค่าใช้จ่าย
กรุณาต้องกรอกข้อมูล ดังต่อไปนี้ เพื่อทำการนัดหมาย
|