คุณจุฑาทิตย์ จิตกมลฉัตร
และ น้องไทคูน
คุณแม่วัย 37 พร้อมลูกชายหน้าตาน่ารักอายุ 7 เดือนคู่นี้ เป็นอีกคู่หนึ่งที่ทำให้เราประทับใจในความพยายาม และความตั้งใจของทั้งคุณพ่อและคุณแม่ที่จะมีทายาทไว้เชยชม ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้สองสามีภรรยา คุณจุฑาทิตย์ จิตกมลฉัตร และ คุณเฉลิมรัฐ ทองคงเหย้า รู้สึกท้อแท้หมดหวังและเกือบจะล้มเลิกความตั้งใจไปเสียแล้ว อะไรที่ทำให้ทั้งสองกลับมามีความหวังอีกครั้ง
คุณจุฑาทิตย์เล่าให้เราฟังว่า “ช่วงกลางวันอยู่บ้านตามปกติก็จะเปิดโทรทัศน์ไว้แล้วก็ทำงานอย่างอื่นไปด้วย มีวันหนึ่งก็ได้ยินเรื่องเกี่ยวกับการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการทำ "Blastocyst" จากรายการทีวีรายการหนึ่ง จำไม่ได้ว่ารายการอะไร ตอนแรกเราก็ไม่รู้หรอกว่า "blastocyst" มันคืออะไรแต่ฟังดูว่าน่าสนใจ ก็เลยเข้าไปค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมทาง internet ทำให้เข้าใจมากขึ้น ต่อมาทราบว่าที่สถาบันเพอร์เฟค วูแมน มีสัมมนาเรื่องนี้ฟรี ก็เลยชวนสามีไปฟัง”
หมายความว่าก่อนหน้านั้นเราไม่สามารถมีน้องเองตามธรรมชาติ
“ใช่คะ เราแต่งงานตอนอายุประมาณ 33-34 อายุค่อนข้างมากก็ไม่อยากรอ อยากมีลูกเลย แต่ช่วงนั้นได้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสอักเสบบี ทำให้ต้องคุมกำเนิดอยู่หกเดือน พอครบกำหนดก็ปล่อยตามธรรมชาติ ผ่านไปได้สองเดือนก็ยังไม่ท้อง ประกอบกับเราใจร้อนอยากรีบมี จึงเริ่มไปปรึกษาหมอ ก็ไปมาหลายหมอหลายที่ได้รับการวินิจฉัยไปต่าง ๆ นา ๆ เช่น ตัวเองไข่น้อยบ้าง สามีเชื้ออ่อนบ้าง”
แล้วได้รักษาอะไรไปบ้าง
“กับหมอแรกก็ใช้วิธีฉีดฮอร์โมนกระตุ้นไข่ แล้วก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ ทำไปประมาณห้าครั้งเสียเวลาไปครึ่งปีก็ไม่ติดเลย ก็เปลี่ยนหมอใช้วิธีเดิมอีกสองครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นผสมเทียมชนิดที่เลี้ยงตัวอ่อนแค่สามวัน ทำไปอีกสองครั้งก็ไม่สำเร็จ รวม ๆ แล้วเสียเวลาไปปีกว่าหมดเงินไปอีกไม่น้อยเลย”
เริ่มท้อใจแล้ว
“ก็เริ่มท้อก็หยุดไปไม่ทำอะไร 4-5 เดือน สามีก็เริ่มปลงและทำใจบอกว่าไม่มีก็ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ”
จนคุณจุฑาทิตย์มาได้ยินเรื่องทางโทรทัศน์อย่างที่เล่าไปข้างต้น และชวนสามีไปฟังสัมมนา เกิดอะไรขึ้นคะหลังจากนั้น
“จากเดิมที่คิดว่าสามีคงไม่สนใจแล้ว กลายเป็นสามีเองที่บอกว่าถ้าหากจะทำอีกก็เป็นที่นี่แหละที่เขาเลือกจะเสี่ยงทำอีก เพราะตัวเทคโนโลยีน่าสนใจ ฟังสัมมนาเสร็จปุ๊บก็ลองไปคุยกับทางสถาบัน Perfect Woman แล้วก็ลงทะเบียนเป็นสมาชิกวันนั้นเลย สัปดาห์ถัดมาก็นัดไปรพ. เพื่อเจาะเลือด ตรวจร่างกาย มีพยาบาลมาอธิบายขั้นตอนวิธีการทำ blastocyst culture มีการส่องกล้องตรวจช่องท้อง”
พบสิ่งผิดปกติหรือเปล่า
“คุณหมอบอกว่าท่อรังไข่ตันไปข้างหนึ่ง ก็ไม่ serious หลังจากนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาก็เริ่มขบวนการทำ "blastocyst" โดยฉีดฮอร์โมนกระตุ้นไข่ทุกวันประมาณหนึ่งสัปดาห์ ดูดไข่ออกมา ผสมเชื้อ เลี้ยงไว้ห้าวัน ฝังตัวอ่อนที่สมบูรณ์กลับเข้าไปในมดลูก ทำครั้งเดียวสำเร็จเลย”
ระหว่างนั้นมีปัญหาอะไรบ้าง
“ช่วงที่ฉีดฮอร์โมนกระตุ้นไข่ ก็จะมีการตรวจทุกวัน พยาบาลก็จะแนะนำว่าระหว่างนี้ให้พักผ่อนมาก ๆ ให้นอนหัวค่ำ เพราะเวลากระตุ้นไข่ต้องนอน 8 ชม. ติดต่อกันถึงจะได้ผลดี ธรรมดาเราก็ไม่ใช่คนนอนหัวค่ำก็ทำไม่ได้ ช่วงสามสี่วันแรกตรวจก็พบว่าไข่โตไม่เท่ากัน โดนคุณหมอดุ บอกว่าจะไม่ทำให้แล้ว ถ้าไม่ตั้งใจจะเป็นคุณแม่ก็ไม่ต้องทำ ตัวเองก็ร้องไห้คิดว่าจะเอายังไงดี คุณหมอบอกว่ากลับไปคืนนี้สองทุ่มให้ปิดไฟนอนเลย ไม่ต้องคิดอะไรมาก จะหลับไม่หลับก็ปิดไฟนอน ก็ทำตามสั่ง สองวันหลังจากนั้นมาตรวจก็ปรากฏว่าไข่สมบูรณ์โตเท่ากันได้หลายฟองด้วย ก็เลยมีกำลังใจ ทีนี้หมอสั่งอะไรทำตามหมดทุกอย่าง”
คุณจุฑาทิตย์เล่าต่อว่า “หลังจากติดแล้วช่วงแรก ๆ ก็มีการฉีดอฮร์โมนบำรุงตัวอ่อน ปรากฎว่าเราก็แพ้ฮอร์โมนมีอาการคันคอและไอตลอดเวลา ถ้าไอมาก ๆ ก็มีโอกาสหลุดได้ คุณหมอก็สั่งให้นอนรพ.ห้ามเยี่ยม ห้ามคุยกับใคร และรักษาจนอาการหายไป ช่วงเดือนแรกก็มาตรวจทุกอาทิตย์ ค่อย ๆห่างไป เป็นเดือนละครั้ง จนเดือนที่ห้าก็ทราบเพศของลูก เราทั้งคู่ก็ดีใจมากทุกอย่างมันรวดเร็วไปหมด
ค่าใช้จ่ายบานปลายมากไหม
“ก็ไม่มากนะคะ ก่อนทำเขาจะมีใบแจงรายการพร้อมราคาให้เราทราบ เราก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำทุกรายการ”
ปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจ
“ก็คงเป็นตัวเทคโนโลยี ที่ทำให้สามารถเลี้ยงใข่ได้ถึงห้าวันที่เรียกว่าระยะ "blastocyst" เป็นระยะที่ใข่สมบูรณ์สุดพร้อมฝังตัว เห็นว่าน่าสนใจและมีโอกาสสูงกว่าวิธีอื่น ตัวคุณหมอเองเราก็ทราบชื่อเสียงมาบ้างแล้ว ก็ไม่ได้ตั้งความหวังอะไรเป็นพิเศษนะคะ เพราะจริง ๆ ทำทุกครั้งก็หวังทุกครั้ง เคยนึกสงสัยว่าทำไมหมอที่ไปหามาก่อนหน้านี้เขาถึงไม่ทำ "blastocyst" ให้เราทั้ง ๆ ที่เขาก็รู้จักวิธีนี้ แต่เขาบอกว่าสำหรับเราไม่จำเป็น ก็เพิ่งจะมาทราบทีหลังว่าที่อื่นเขาไม่มีห้อง lab ที่พร้อมจะเลี้ยงไข่ให้อยู่ได้นานถึงระยะ "blastocyst "นั่นเอง”
คิดจะแนะนำคนอื่นไหม
“แนะนำไปหลายรายแล้วคะ เดี๋ยวนี้เวลาเจอเพื่อนหรือคนรู้จักที่ยังไม่มีลูก ก็จะบอกให้ไปที่ สถาบันเพอร์เฟควูแมนเลย แต่ต้องขยันมาพบคุณหมอและทำตามที่คุณหมอแนะนำ ”
เล่าถึงความประทับใจ
“ประทับใจมาก (เน้นคำว่ามากเป็นพิเศษ) ทั้งหมอ พยาบาล และจนท. ดูแลดี ทำงานเป็นทีม พยาบาลก็รู้ทุกอย่าง สามารถอธิบายให้คำแนะนำได้ โดยบางครั้งไม่ต้องถึงคุณหมอ อีกอย่างที่อื่นไม่เคยแนะนำว่าเราควรต้องปฏิบัติตัวอย่างไรระหว่างทำการรักษา จึงจะช่วยให้มีโอกาสสำเร็จ โรงพยาบาลเองก็มีระบบงานที่ดีทำให้น่าเชื่อถือ จนปัจจุบันน้อง Tycoon (ดช.กรธวัช) อายุ 7 เดือนแล้วไปหาหมอใกล้บ้านก็ได้ แต่เราก็ยังติดใจมาที่นี่ เหมือนตอนที่คลอดลูก เทียบแล้วค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าที่อื่นอยู่บ้าง แต่คำนึงถึงมาตรฐานที่สูงกว่า วางใจได้ก็ถือว่าคุ้มค่า”
“ยังอยากได้ลูกสาวอีกสักคนถ้ามีเองไม่ได้ คงต้องมาพึ่งที่นี่อีกครั้งคะ”
|