
คุณรัมภาพรรณ ปินโฑละ
ประธานบริษัท Bonnie Travel
(อดีตพนักงานการบินไทย)
ถ้าจะวัดความมั่นใจและเชื่อใจในตัวคุณหมอของคนไข้ที่คุณหมอเคยรักษามาละก็ เห็นทีคงจะไม่มีใครเกินท่านผู้นี้เป็นแน่ คุณรัมภาพรรณ ปินโฑละ หรือคุณข่ำ อดีตพนักงานการบินไทย ที่ปัจจุบันหันมาจับธุรกิจส่วนตัวในนามบริษัท Bonnie Travel
ด้วยบุคลิกที่ดูสง่างาม นุ่มนวล ทว่ากระฉับกระเฉง ประธานบริษัท Bonnie Travel วัย 58 ปีท่านนี้ได้กรุณาสละเวลามาพูดคุยกับเราเพื่อแบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์โดยหวังว่าประสบการณ์ของท่านอาจจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นบ้างไม่มากก็น้อย
พี่ข่ำเล่าให้ฟังว่าเป็นคนไข้ของคุณหมอมานานมาก โดยรักษาเรื่องมีบุตรยากมาก่อนและประสบความสำเร็จทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นอายุค่อนข้างมาก พี่ข่ำได้บุตรสาว 2 คนจากฝีมือคุณหมอ บุตรสาวคนโตเป็นนักเรียนทุนของกระทรวงต่างประเทศ ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัย ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน ส่วนบุตรสาวคนเล็กปัจจุบันศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพญาไท ซึ่งบุตรสาวทั้ง 2 คน ต่างก็เรียนดีและเก่งด้วยกันทั้งคู่ และเป็นที่ภูมิใจของครอบครัวมาก
หลังจากนั้นพี่ข่ำก็อยู่ในความดูแลของคุณหมอมาตลอด หลังสุดเมื่ออายุประมาณ 50 กว่าอยู่ในวัยหมดประจำเดือนและทานฮอร์โมนตามคำแนะนำของคุณหมอมาตลอด เริ่มมีอาการผิดปกติ คือ ประมาณ 1-2 เดือน ก็จะมีประจำเดือนมา จึงได้ปรึกษาคุณหมอ คุณหมอก็ส่องกล้องตรวจดูก็พบว่ามีเลือดไหลประปรายในมดลูก คุณหมอแนะนำว่าควรต้องผ่าตัดทิ้งขืนปล่อยไว้จะเป็นอันตราย
ตัดสินใจนานไหมคะ?
ไม่นานนะ ไม่ใช่ไม่กลัว จริงๆ พี่เป็นคนขี้กลัวนะ ผู้เฒ่าผู้แก่พูดสมอว่าการผ่ามดลูกเทียบเท่ากับการคลอดบุตร 1 คน เลยทีเดียว แต่ด้วยความที่พี่เชื่อใจคุณหมอ พี่เรียนกับคุณหมอว่าอะไรที่คุณหมอคิดว่าดีที่สุดสำหรับพี่ พี่โอเค พี่หาคุณหมอมานี่ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติเพราะดูแลกันมาเป็นเวลา 20 กว่าปี คุณหมอดูแลพี่อย่างดีมาตลอด คุณหมอแนะนำอะไรก็พี่ก็จะเชื่อ เพราะมั่นใจและเชื่อใจในตัวคุณหมอ และคุณหมอก็ไม่เคยทำให้พี่ผิดหวัง
จากนั้นคุณหมอก็จะอธิบายถึงวิธีการว่าจะใช้วิธีผ่าตัดผ่านกล้อง โดยเจาะรูไปที่แถวสะดือนิดเดียว ไม่ต้องผ่าเป็นแนวยาวที่หน้าท้องอย่างแต่ก่อน ทำให้แผลหายเร็วไม่เสียเลือดมาก คุณหมอจะยอมเสียเวลาอธิบายให้เราฟังและไม่เบื่อที่จะตอบคำถามที่เราข้องใจ จะใช้หลักการและเหตุผลอธิบายว่าทำอย่างนี้ผลจะเป็นอย่างไร ผลเสียที่สุดเป็นอย่างไร ดีที่สุดเป็นอย่างไร พี่เป็นคนขี้กังวล แต่พอฟังคุณหมออธิบาย ทุกอย่างมีคำตอบทำให้เราหายข้องใจและกังวลใจ มีความวางใจ เชื่อใจและมั่นใจ
แล้วมีอันตรายไหมคะ?
ไม่มีนะคะ เพราะว่ามันไม่มีการบอบช้ำและเสียเลือดมาก ใช้เวลาไม่นาน มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิด เราไม่เหน็ดเหนื่อยไม่เสียพลัง ยังรู้สึกสดชื่น จำได้ว่าพอผ่าตัดเสร็จนอนอยู่คืนเดียว วันรุ่งขึ้นก็กลับบ้านได้เลย จำได้ว่าวันนั้นเพื่อน ๆ มีนัดสังสรรค์กันตอนเย็นเรายังคิดจะไปเพราะรู้สึกว่าตัวเองสบายดีไม่ได้เป็นอะไร แผลก็นิดเดียว เจ็บก็ไม่เจ็บ เพื่อนก็ตกใจกันใหญ่ห้ามไม่ให้เราไป
ผ่าตัดแบบนี้ต้องใช่เงินมากไหมคะ?
ก็เป็นแสนนะคะ แต่ถ้าเทียบกับการที่เราไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนานก็คุ้มค่า พักไม่กี่วันก็กลับไปทำงานตามปกติได้ แต่ช่วงแรกก็อย่าหักโหม บำรุงร่างกายเสียหน่อยก็แข็งแรง ถ้าเทียบกับเงินที่เสียไปกับการได้สุขภาพที่ดีทั้งกายและจิตใจ มันยิ่งกว่าคุ้มนะคะ
พี่ก็แนะนำคนอื่นให้มาปรึกษาคุณหมอหลายคนแล้ว จากประสบการณ์ที่เรามีและด้วยความที่เชื่อฝีมือคุณหมอ เราก็เลยแนะนำคนอื่นได้ด้วยความมั่นใจ ทุกคนที่มาส่วนใหญ่ก็พอใจทั้งสิ้น
|