คุณพชราวลี และคุณสิทธิชัย เรืองจรุงพงศ์ กับน้องพัฒน์ และน้องพิชญ์
“ใช้วิธีธรรมชาติเป็นปี มีเองตามธรรมชาติได้ แต่หลุดตลอดเวลา เพราะตัวเองมีปัญหาเรื่องฮอร์โมน…เพราะฉะนั้นเวลาที่ติดก็จะหลุด …ร้องไห้เสียใจ เพราะว่า อยากมีลูกมาก”
ไม่น่าแปลกใจเลย ที่คู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันมานานปี จะรู้สึกอยากมี “ลูก” เพื่อเติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น แต่บางครั้งการมีลูกสำหรับคู่สามีภรรยาบางคู่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายอย่างที่หลายๆ คนคิดกัน … คุณพชราวลี และคุณสิทธิชัย เรืองจรุงพงศ์ เป็นสามีภรรยาอีกคู่หนึ่ง ที่ประสบปัญหาการมีลูกยากและตัดสินใจเลือกใช้วิธีการทางการแพทย์เข้ามามีส่วนช่วยเพื่อให้ได้มีบุตรสมใจ …
ก่อนบ่ายวันอาทิตย์นั้น คุณพชราวลี และคุณสิทธิชัย เดินเข็นรถเข็นเด็กเข้ามาทักทายเราด้วยรอยยิ้มสดใส พร้อมกับหนุ่มน้อยคู่แฝดแสนซนคู่นี้ อย่างพร้อมเต็มที่ที่จะมาบอกเล่าประสบการณ์การมีบุตรด้วยวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่เพื่อรักษาภาวะการมีบุตรยาก ที่เรียกว่า “บลาสโตซิสท์คัลเจอร์”
จากวิธีการทางธรรมชาติ …
“เคยปล่อยให้มีลูกด้วยวิธีธรรมชาติค่ะ” คุณพชราวลี เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ เป็นกันเอง “…ใช้วิธีธรรมชาติเป็นปี … จริงๆ พยายามมีเองแล้ว ก็มีเองได้ แต่หลุดตลอดเวลา เพราะตัวเองมีปัญหาเรื่องฮอร์โมน เคยมีคุณหมอบอกว่า ปกติการตั้งครรภ์จะมีฮอร์โมนของผู้หญิงตัวหนึ่งที่ช่วยพยุงการตั้งครรภ์ แต่ของตัวเองมีฮอร์โมนไม่พอ เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่ติดก็จะหลุดทุกครั้ง … ร้องไห้เสียใจ (น้ำเสียงเบาลงนิดๆ) เพราะว่า ตัวเองอยากมีลูกมาก”
สู่วิธีการทางการแพทย์ “บลาสโตซิสท์คัลเจอร์”
“…เราเองเคยไปปรึกษาคุณหมอ และทำที่อื่นมาแล้ว แต่ไม่สำเร็จซักที ทีนี้พอดีได้อ่าน “วิธีบลาสโตซิสท์คัลเจอร์” ในหนังสือพิมพ์ พออ่านแล้วรู้สึกว่า เป็นวิธีการทางการแพทย์ที่ดี ที่ช่วยรักษาภาวะมีบุตรยากได้ และตัวเราเองก็ไม่อยากให้อายุมากไปกว่านี้แล้ว อยากจะมีลูกช่วงนี้ล่ะ … พอรู้ว่า ที่สถาบันเพอร์เฟค วูแมน มีเทคโนโลยีที่ดี คิดว่าน้องที่ออกมาจะแข็งแรงสมบูรณ์ที่สุดด้วย … เลยตัดสินใจมาร่วมฟังสัมมนา อาจารย์ให้คำอธิบายอย่างละเอียด มีพรีเซนท์ให้ดูด้วย ทางครอบครัวทั้งทางสามี และคุณแม่ของเรา ก็ทราบกระบวนการทุกขั้นตอนว่า ถ้าจะมาทำที่นี่ต้องทำอะไรบ้าง ก็ได้รับคำอธิบายหมด พอฟังเสร็จลงชื่อเลย…ปรึกษาคุณหมอวันรุ่งขึ้นเลย”
ความรู้สึกช่วงเริ่มทำการรักษา
คุณพชราวลี นิ่งคิดสักครู่ก่อนตอบว่า “ช่วงเริ่มทรีตเมนต์ มันเป็นอารมณ์ที่ปะปนกันไป จะเริ่มจากตื่นเต้นก่อน แต่เจ็บนี่ไม่กลัว เพราะทราบอยู่แล้วว่า ต้องฉีดยา จะตื่นเต้นเป็นหลัก แล้วเรามีทำกิ๊ฟท์ด้วย พอผ่านไป 5 วัน ฮอร์โมนตก อาจารย์ก็นัดมาทำบลาสโตซิสต์”
ตอนที่ทราบว่า มีน้องได้แล้ว…
“ช่วงที่ทราบว่า มีน้องได้แล้ว ร้องไห้เลย … ดีใจมาก (น้ำเสียงตื่นเต้นสุดๆ) นัดอัลตราซาวน์ไว้ อาจารย์บอกว่า หัวใจน้องเต้นแล้ว … วินาทีแรกที่เห็นนะคะ (สีหน้าอ่อนโยนมากๆ…) เห็นเป็นกล้ามเนื้อตุ๊บๆ ร้องไห้เลย
… ตอนนั้น ประทับใจอาจารย์ด้วย (อ.พูนศักดิ์) พอเราร้องไห้ แล้วมองไปที่อาจารย์ๆ ก็จะยิ้มแบบมีความสุข ตอนนั้นประทับใจมาก รู้สึกว่านี่แหละคือ แพทย์จริงๆ คือ มีความสุข เมื่อเห็นคนไข้มีความสุข รู้สึกประทับใจ…”
เหตุการณ์ตื่นเต้นระหว่างตั้งครรภ์…
“หลังจากนั้นเราเกิดท้องนอกมดลูก ในขณะที่ปฏิสนธิเรียบร้อยแล้ว ตอนนั้น…เจ็บปวดมาก (เสียงเน้นมาก) ในชีวิตไม่เคยปวดอย่างนี้มาก่อน …โทร.หาอาจารย์กะทันหันตอนกลางดึกคืนนั้นเลย พอมาถึงอาจารย์ก็แอ็ดมิทผ่าตัดทันที โดนผ่าตัดท่อรังไข่ออก ตอนนั้นหวาดเสียวมากว่า น้องที่ติดแล้วนี่ จะกระทบกระเทือนไหม แต่อาจารย์ก็เก่งมาก ไม่กระทบกระเทือนอะไรเลย…(เสียงโล่งอก)
พอท้องนอกมดลูกเสร็จ มาเจออาการของเส้นเลือด ปวดแถวๆ หน้าอก ตอนนั้นก็ไม่ทราบว่า ตัวเองเป็นอะไร จะหน้าบวมจนเป็นสี่เหลี่ยมเลย แล้วก็มึนหัวจนต้องนอนเฉยๆ ขยับหัวก็ไม่ได้ ส่วนหน้าบวมแล้วยุบ บวมแล้วยุบอย่างนี้ ภายหลังมาทราบว่า มีก้อนในเส้นเลือดแต่ยังไม่ได้ปิดทั้งหมด มาทราบทีหลังว่า อันตรายมาก … อาจารย์ก็จะช่วยดูแลเรื่องนี้ให้ ส่งเคสของเราไปที่วอร์ดโรคหัวใจ ต้องฉีดยาละลายลิ่มเลือด ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ทุกวัน อาจารย์จะดูแลตลอดจนกระทั่งคลอดน้อง ดูแลหลายเซ็คชั่นเยอะมาก ปรึกษาหลายคุณหมอ อาจารย์จะดูแลประสานงานให้อย่างดีเยี่ยม อาจารย์เทคแคร์ดีมาก”
เซอร์ไพรส์ของคุณแม่ คือ…
“…มีลูกฝาแฝด (หัวเราะ) ตอนแรกจริงๆ ติด 4 ท้องนอกมดลูกหนึ่ง และฉีดให้ฝ่ออีก 1 เหลือแค่ 2 เป็นแฝดชาย ชื่อ น้องพิชญ์ กับน้องพัฒน์ … ตอนคลอดออกมา น้องพิชญ์ น้ำหนัก 2,355 กรัม ส่วน น้องพัฒน์ น้ำหนัก 2,160 กรัม และคลอดก่อน 36 สัปดาห์ด้วย เพราะมีอาการมดลูกบีบตัวกระทันหัน ตอนแรกก็ไม่ทราบว่า เป็นอาการเจ็บท้องคลอด เพราะเคยอ่านหนังสือ จะมีแต่คนบอกว่า เจ็บท้องคลอดจะค่อยๆ เจ็บ เจ็บแล้วหาย แต่ของเรา … คนละเรื่องเลย อยู่ๆ ก็เจ็บจี๊ดจนหายใจไม่ทัน ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที ท้องที่ใหญ่ๆ ค่อยๆ ยุบตัวลง เลยต้องรีบมาสถาบัน อาจารย์มารออยู่แล้ว ดูแลเราอย่างดี…
สรุปคือ น้องถีบมดลูกจนเลือดออกหลายจุด เพราะฉะนั้น มดลูกก็เลยบีบตัวกะทันหัน คือให้ออกทันที อาจารย์เลยคอยดูแลทั้งคืน และเรียกทีมมา standby ผ่าคลอด หลังจากนั้น อาจารย์ฉีดให้มดลูกคลายตัว ตอนนั้นน้องยังไม่ 36 สัปดาห์ ต้องรอให้ครบก่อน เลยนอนรอคลอดอยู่ที่โรงพยาบาล”
น้องพิชญ์ กับน้องพัฒน์ แข็งแรง ร่าเริง ….
คุณพชราวลี ยิ้มน้อยๆ ก่อนตอบว่า “ตอนนี้ น้อง2 คน อายุ 4 เดือนกว่าแล้ว น้ำหนักขึ้นประมาณ 6,200 กรัม … สุขภาพแข็งแรง ร่าเริงทั้งคู่ โดยเฉพาะน้องพิชญ์ มีพัฒนาการในแง่การพูดจะดี เรียบร้อย คุยเก่ง ส่วนน้องพัฒน์ คุยไม่เก่ง แต่ซนมาก…ก (เสียงลากยาว) จะชอบกิ๊วก๊าว นิสัยไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง เรียกได้ว่า อยู่กันคนละขั้ว”
คำฝากถึงผู้มีปัญหาเรื่องมีบุตรยาก
“..จริงๆ ถ้าคุณสามารถมีลูกเองได้ อยากแนะนำให้มีวิธีทางธรรมชาติด้วยตัวเอง … แต่ถ้าคุณมีปัญหา อยากให้ศึกษาข้อมูลให้ลึกซึ้งว่า การรักษาภาวะมีบุตรยากนั้นมีกี่วิธี และเราควรเลือกใช้วิธีไหน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดว่า จะต้องมีขั้นตอนอะไรบ้าง ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตัวเราคืออะไร…
เพราะบางครั้งการท้องด้วยวิธีพิเศษ เราจะต้องดูแลด้วยวิธีพิเศษ โดยเฉพาะท้องแฝดนี่ อย่าได้นึกว่าตัวเองปกติ ต้องดูแลให้มากๆ ต้องปรึกษาอาจารย์ตลอด อาจารย์บอกให้ทำอะไรก็จะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด จะทำตามตลอด เพราะเราเคยดื้อ ก็เกิดอาการทันที จะมีเลือดออก… อยากให้ใกล้ชิดกับคุณหมอให้มาก คุณหมอจะเหมือนเป็นญาติเลย ไม่เหมือนหมอ เราสามารถโทร.หาอาจารย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” คุณพชราวลี สรุปเรื่องราวให้เราด้วยรอยยิ้มสดใส บ่งบอกความประทับใจในการดูแลรักษาอย่างดีของคุณหมอ ที่คุณพชราวลี เรียกว่า “อาจารย์”
คุณเองก็สามารถมีเรื่องราวน่าประทับใจเช่นเดียวกับครอบครัวเรืองจรุงพงศ์ได้เช่นกัน ด้วยโซ่ทองที่แสนวิเศษที่เรียกว่า “ลูก” นั่นเองค่ะ
|